แนวคิดการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กร

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่ออนาคตขององค์กร โดยระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่องค์กรต่างๆ ได้นำมาใช้เช่น Economic Value Added , Balanced Scorecard ซึ่งแต่ละระบบมุ่งเน้นในเรื่องที่จะประเมินต่างๆ กัน มีคำกล่าวที่ว่า You get what you measure ซึ่งหมายความว่า ท่านวัดอะไรท่านก็ได้สิ่งนั้น เช่น หากองค์กรให้ความสำคัญกับตัววัดผลทางด้านการเงินหรือวัดผลกำไรเพียงอย่างเดียว โดยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อส่งผลให้เกิดกำไรเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลดีกับองค์กรในระยะสั้น แต่อาจไม่เป็นผลดีในระยะยาว หรือหากมีการลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมหรือการวิจัยพัฒนาลง อาจจะทำให้องค์กรไม่สามารถต่อสู่หรือแข่งขันกับคู่แข่งได้ เนื่องจากความสามารถของพนักงานไม่ได้รับการพัฒนา (จากการลดค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมด้านทักษะที่จำเป็นให้กับพนักงาน) หรือองค์กร ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด (จากการลดค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาลง) ดังนั้น ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กร จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน เพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ดี ดังนั้นคำถามที่สำคัญถัดไปคือ ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ดีควรเป็นอย่างไร

ได้มีการเสนอแนวคิดไว้ว่า ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ดี ควรมีการแสดงให้เห็นในลักษณะดังนี้
1. ให้ภาพที่มีความสมดุลของภารกิจในองค์กร
2. สะท้อนให้เห็นถึงผลการปฏิบัติงานที่มีความกระชับ แต่ให้เห็นถึงความสำคัญของภารกิจ
3. ประกอบด้วยหลายมุมมอง
4. ให้ภาพที่ครบถ้วนของภารกิจในองค์กร
5. เชื่อมโยงกับทุกส่วนในองค์กร
6. สามารถบ่งบอกให้เห็นผลลัพธ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ปัจจุบันมีนักคิดหลายท่านเสนอแนวคิดเกี่ยวกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรขึ้นมาอย่างมาก และเป็นที่นิยมแพร่หลาย เช่น ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบสมดุล หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Balanced Scorecard (BSC), ระบบการประเมินผลแบบมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐศาสตร์ หรือ Economic Value Added (EVA) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากมีการพิจารณาแนวคิดการประเมินผลดังกล่าวจะพบว่า ระบบ BSC แม้ว่าเป็นการเน้นความสมดุลของมุมมองหลายมุมมอง และมีความเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ก็ตาม แต่ก็ยังมีการละเลยมุมมองที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ นอกเหนือจากลูกค้า ส่วนระบบ EVA เป็นการให้ความสำคัญในด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว โดยมุ่งเน้นความสำคัญด้านการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การปฏิบัติงานขององค์กรใดๆ ก็ตาม จะต้องนำไปสู่การได้กำไรในเชิงเศรษฐกิจ (กำไรที่มากกว่าสิ่งที่ควรจะได้)

จากพิจารณาข้อดีและข้อจำกัดของระบบการประเมินผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จึงได้มีการนำเสนอแนวคิดการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Performance Prism โดยให้มีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ด้าน ดังต่อไปนี้
1. ด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร เพื่อให้ทราบว่าใครเป็นผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร และมีความต้องการอะไรจากองค์กร
2. ด้านกลยุทธ์ เพื่อให้ทราบว่าองค์กรมีการใช้กลยุทธ์ใดที่จะตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร
3. ด้านกระบวนการ เพื่อให้ทราบว่ากระบวนการใดที่มีความสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องดำเนินการ
4. ด้านความสามารถ เพื่อให้ทราบว่าองค์กรมีความสามารถใดที่จะนำไปสู่ความเป็นเลิศในการดำเนินการ
5. ด้านการให้ประโยชน์ เพื่อให้ทราบว่าองค์กรต้องการประโยชน์อะไรจากผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร ในการที่จะทำให้องค์กรรักษาและพัฒนาความสามารถขององค์กรได้ต่อไป

สำหรับมุมมองทั้ง 5 ด้านนี้ มุมมองที่ถือว่าเป็นแนวคิดของผลลัพธ์ที่สำคัญใน Performance Prism คือ มุมมองที่ 1 ด้านความพึงพอใจของผู้ีมีส่วนได้เสียขององค์กร ส่วนมุมมองอื่นๆ ที่เหลือถือว่าเป็นแรงขับหรือเป็นสาเหตุที่จะส่งผลให้เกิดความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรขึ้น ซึ่งมุมมองทั้ง 5 ด้านนี้ จะมีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน และจะช่วยแก้ไขปัญหาของระบบการประเมินผลแบบอื่นๆ ที่จะมุ่งเน้นมุมมองใดมุมมองหนึ่ง ขณะที่แนวคิดของ Performance Prism จะเพิ่มมุมมองให้ครอบคลุมและมีความหลากหลายมากกว่าที่จะให้ความสำคัญไม่ใช่แต่เฉพาะสิ่งที่จะทำประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร แต่ยังเป็นมุมมองถึงประโยชน์ที่องค์กรควรจะได้รับกลับคืนจากผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการทุ่มเททรัพยากรมากจนเกินไปในการเอาใจผู้มีส่วนได้เสีย โดยไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนกลับมา และยังเป็นการให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อองค์กรด้วย

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของ Performance Prism นับว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่และยังไม่มีใครนำไปใช้แพร่หลายมากนัก ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ผลการนำไปใช้ได้อย่างละเอียด ดังนั้นหากองค์กรใดมีความสนใจนำแนวความคิดนี้ไปใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานแล้ว ควรมีการศึกษาและทำความเข้าใจเป็นอย่างดีเสียก่อน ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งขององค์กรในการประเมินผลการปฏิบัติงานในอนาคตต่อไป

 

ขอบคุณเนื้อหาสาระจาก : จุลสารตรวจสอบภายใน ปีที่ 13 ฉบับที่ 68 ม.ค. – ก.พ. 2552
และจุลสารตรวจสอบภายใน ปีที่ 13 ฉบับที่ 69 มี.ค. – เม.ย. 2552

 

 
เพิ่มข้อมูลเมื่อ : 24 March 2553 เวลา 14:46:06
( ถูกเปิดอ่าน 16,924 ครั้ง )